♠ Posted by Unknown in ข่าวทั่วไทย at 5:00 AM
จับออสซี่ข่มขืน ลูกอุ้มบุญไทย ฉาวซ้ำอีก เด็กคู่แฝด วัย7ขวบฉาวอีกคดีอุ้มบุญ สื่อออสซี่ตีข่าวพ่อออสเตรเลีย ละเมิดทางเพศแฝดสาวอุ้มบุญตอนอายุ 5 ขวบ เผยประวัติจ้างหญิงไทยอุ้มบุญเมื่อ 7 ปีก่อน โดยให้ค่าจ้าง 1.6 แสนบาท ก่อนพากลับประเทศไป แต่สุดท้ายมีปัญหาครอบครัวต้องหย่าร้างภรรยา แล้วดูแลลูกเพียงคนเดียว ส่วนคดีอุ้มบุญพ่อยุ่น หมอเจ้าของคลินิกส่งทนายพบตร. ยันเข้าให้การ 6 ก.ย.แน่นอน

วันที่ 2 ก.ย. เอเอฟพีรายงานกรณีฉาวของธุรกิจอุ้มบุญครั้งล่าสุดว่า ชายชาวออสเตรเลียที่ได้บุตรสาวแฝดจากการว่าจ้างอุ้มบุญในไทยถูกตั้งข้อหา ล่วงละเมิดทางเพศลูกสาวฝาแฝดของตนเอง จุดชนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการดูแลเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ หลังเพิ่งเกิดคดีน้องแกมมี่ วัย 7 เดือน เด็กชายฝาแฝดที่เกิดจากการอุ้มบุญของสองสามีภรรยาชาวออสเตรเลีย ซึ่งนางภัทรมล จันทร์บัว ผู้รับอุ้มบุญอ้างว่า ครอบครัวชาวออสเตรเลียละทิ้งน้องแกมมี่ และรับเลี้ยงเฉพาะพี่สาวฝาแฝด
ในคดีอื้อฉาวครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นที่เมือง กอสฟอร์ด รัฐนิวเซาท์เวลส์ ชายคนดังกล่าวอายุในช่วงวัย 50 ปี ถูกตั้งข้อหาอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี เป็นลูกสาวฝาแฝดของตนเองในช่วงที่เด็กอายุ 4-5 ขวบ เจ้าหน้าที่ยังพบภาพเด็กโป๊เปลือยที่บ้านของชายคนดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประกันตัวสู้คดีหลังปฏิเสธข้อกล่าวหา ศาลนัดไต่สวนในวันที่ 8 ธ.ค. 2557
ในเอกสารสำนวนคำฟ้องระบุ ว่า เด็กแฝดหญิงทั้งสองเกิดจากการอุ้มบุญเมื่อ 7 ปีก่อนในประเทศไทย ชายคนดังกล่าวพร้อมภรรยาในตอนนั้นว่าจ้างให้น.ส.สิริวรรณ หญิงชาวไทยจากจังหวัดเพชรบูรณ์ทำหน้าที่อุ้มบุญด้วยค่าจ้างเกือบ 170,000 บาท กระทั่งเมื่อไปอยู่ออสเตรเลีย ชายคนดังกล่าวตกงาน มีอารมณ์โมโหร้ายเป็นเหตุให้ภรรยาขอแยกทาง
น.ส.สิริวรรณให้ สัมภาษณ์กับเอบีซีนิวส์ของออสเตรเลียว่า หญิงชาวออสเตรเลียบอกกับตนว่า สามีต้องการมีลูกมาก และขอร้องให้ช่วยอุ้มบุญ ตนจึงตกลง และอนุญาตให้ ใช้ไข่ของตนเองผสมกับน้ำเชื้อของชายชาวออสเตรเลียคนดังกล่าว โดยได้ค่าตอบแทนราว 163,000 บาท เมื่อคลอดลูกฝาแฝด สองสามีภรรยาก็รับตัวเด็กทั้ง 2 คนไปเลี้ยงดูที่ออสเตรเลีย จากนั้นไม่นานทั้งสองคนก็หย่าร้าง และชายออสเตรเลียเป็นผู้เลี้ยงดูลูกแฝดโดยลำพัง
ด้านนายอิล ยา สมีร์นอร์ฟ ผู้อำนวยการมูลนิธิไชลด์ไลน์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า พ่อชาวออสเตรเลียล่วงละเมิดทางเพศลูกฝาแฝดของตนราว 2 ปีก่อน โดยคาดว่าขณะนั้นเด็กมีอายุเพียง 5 ขวบ เมื่อน.ส.สิริวรรณทราบเรื่องก็รู้สึกหดหู่และเสียใจเป็นอย่าง มาก และว่ายินดีจะรับลูกฝาแฝดมาอยู่ที่ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้เด็กอยู่ในความดูแลของหญิงออสเตรเลีย
ด้านองค์กร อินเตอร์เนชั่นแนล โซเชี่ยล เซอร์วิส ออสเตรเลีย องค์กรไม่หวังผลกำไรในนครซิดนีย์ระบุว่า ทางการออสเตรเลียติดต่อมูลนิธิไชลด์ไลน์ ประเทศไทย เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อตามหาน.ส.สิริวรรณ รวมถึงแจ้งความคืบหน้าของการดำเนินคดีเป็นระยะๆ กระทั่งพบตัวน.ส.สิริวรรณในที่สุด
วันเดียวกัน ที่สน.ลุมพินี โดยนายรุ่งโรชน์ (สงวนนามสกุล) ทนายความส่วนตัวนพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล เจ้าของสถานพยาบาลออล ไอวีเอฟ เวชกรรม เฉพาะทางสูตินรีเวช ย่านเพลินจิต เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.เดชา พรม สุวรรณ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ
นายรุ่งโรชน์เปิดเผยว่า ตนเข้ามาสอบถามว่า นพ.พิสิฐมีคดีอะไรบ้างให้ชัดเจน ส่วนทางนพ.พิสิฐนั้น ก็อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสาร แต่ยืนยันว่าจะเข้าพบพนักงานสอบสวนตามกำหนดเดิม คือวัน 6 ก.ย.นี้
พ.ต.อ. เดชาเปิดเผยว่า วันนี้ทางทนายเข้ามาสอบถามว่าข้อกล่าวหามีอะไรบ้างจะได้เตรียมข้อมูลให้ถูก ต้อง โดยยืนยันจะเข้าพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด แต่เบื้องต้นคาดว่า นพ.พิสิฐจะให้การปฏิเสธ ส่วนขั้นตอนในการดำเนินการนั้น พนักงานสอบสวนจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมือและสอบปากคำ ก่อนส่งผัดฟ้องต่อศาลแขวงปทุมวันเป็นจำนวน 5 ผัด และเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จภายใน เวลา 30 วันด้วย อย่างไรก็ตามคงจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดเนื่องจากคาดว่า นพ.พิสิฐ อาจจะเข้าพบพนักงานสอบ สวนก่อนกำหนดนัดได้
................................
ทีมา : khaosod.co.th

0 comments:
Post a Comment